บุรี่ ต้นไม้ ราวตากผ้า
การที่ไปไหนมาไหนคนเดียวกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ใช่ว่าเขาจะไม่มีเพื่อนแต่เขาเลือกที่จะทำแบบนี้มากกว่า แบฮยอนคิดว่าการที่เขาเป็นคนแบบนี้ชีวิตเขาก็มีความสุขดี ไม่จำเป็นต้องมารอคนนั้นคนนี้ เพราะสำหรับเขาทุกอย่างดูวุ่นวายเสมอ เขาเลือกที่จะอยู่เงีบยๆคนเดียวซะมากกว่าแต่บางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ได้
เขาเดินเข้าร้านแกฟาเล็กๆร้านประจำของเขา เขาไม่จำเป็นต้องพูดเมนูที่เขาต้องการเพราะพนักงานอย่างโดคยองซูนั้นจำได้ดี
“สวัสดีครับคุณแบคฮยน รับเหมือนเดิมนะครับ” คยองซูกล่าวทักทาย
“ใช่ครับ” แบคฮยอนตอบ
ในขณะที่แบคฮยอนกำลังจะหันหลังไปยังโต๊ะประจำของเขา แต่ก็มีเสียงคยองซูดังขึ้นมาเสียก่อน
“คุณแบคฮยอนครับ”
”ครับ” แบคฮยอนหันกลับมาพร้อมกับหยุดเดิน
“พอดีวันนี้มาลูกค้าท่านอื่นมานั่งน่ะครับ คุณนั่งหน้าบาร์ก็ได้ วันนี้คนไม่เยอะ” คยองซูยิ้ม
ในตอนนั้นแบคฮยอนคิดว่าทำไมเขาต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย ทั้งๆที่ร้านออกจะกว้างแต่ทำไมลูกค้าคนนั้นถึงได้เลือกที่จะนั่งที่ประจำของเขา ในตอนที่แบคฮยอนคิดคยองซูก็ได้วางแก้วกาแฟตรงหน้าเขาพอดี จริงๆที่เขาเลือกนั่งร้านนี้เพราะคนไม่เยอะ และอีกอย่างคือใกล้กับที่พักของเขา
แบฮยอนยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มและหันไปมองยังที่นั่งประจำของเขา คนที่นั่งตรงนั้นค่อยข้างสูง...ไม่สิสูงมากๆเลยต่างหาก เขาคิด
ในรหว่างที่กำลังพิจารณากับส่วนสูงของลูกค้าคนนั้น คยองซูก็ได้วางเค้กตรงหน้าเขา แบคฮยอนหันกลับมา
“อีกแล้วหรอครับ” เขาพูด
คยองซูไม่พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มให้เขา เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เขามานั่งร้านกาแฟ เพราะคยองซูชอบที่จะนำเมนูใหม่ๆที่ร้านจะทำมาให้เขาชิม และเมื่อแบคฮยอนบอกว่าอร่อยเขาก็จะทำและนำมาขาย
“เมนูใหม่น่ะครับ ต้องรบกวนคุณตลอดเลย” เคยองซูพูดและเช็ดแก้วกาแฟไปด้วย
กริ๊ง ~ เสียงกริ่งดังขึ้น เพื่อบอกว่ามีคนเข้าหรือออกร้าน และเป็นอย่างหลังเพราะว่าลูกค้าคนนั้นเขาได้ลุกออกไปแล้ว แบคฮยอนไม่ได้หันไปดูในตอนที่นั้นทันที และกว่าจะหันไปลูกค้าคนนั้นก็ได้เดินไปไกลพอที่จะให้เขาเห็นแค่ข้างหลังลางๆเท่านั้น
แบคฮยอนคุยกับคยองซูถึงเย็นพอสมควรและจ่ายเงินค่ากาแฟ เขาเลยถือโอกาสช่วยคยองซูเก็บร้านไปซะเลย เพราะยังไงก็ใกล้ที่พักแค่นี้เอง เขาคิด
ทั้งสองบอกลากันก่อนที่จะเดินกลับไปคนละทาง แบฮยอนเดินกลับมายังที่พักของเขา เขาอาศัยอยู่ที่นี่มาซักระยะแล้วล่ะ เพราะว่าตั้งแต่เรียนจบเขาก็เริ่มที่จะหางานทำ เขาอยู่ชั้นไม่สูงมากนักและมันกำลังพอดีที่จะเดินขึ้นเดินลงไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟแต่อย่างใด
เมื่อถึงห้องเขาก็แตะคีย์การ์ดและผลักประตูเข้าไปไฟก็เริ่มสว่างขึ้น ห้องของเขาตกแต่งแบบเรียบๆเฟอร์นิเจอร์ออกไปโทนสีสบายตา และเป็นประจำเขาจะเดินไปเปิดประตูระเบียงและนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมที่วางอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกระถางดอกไม้อีกสองสามต้นและราวตากผ้าของเขา
เขาเคยบอกกับตัวเองว่าถ้าเรียนจบเขาอยากจะเปิดร้านหนังสือเป็นของตัวเอง เขาเคยคุยกับที่บ้านแต่ก็โดนปฏิเสธ สุดท้ายเขาเลยตัดสินใจหางานทำและนำเงินเดือนที่ได้มานั้นมาทำร้านเองซะเลย แต่นั้นแหละเขาเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น
เขามองดูท้องฟ้าตอนนี้พระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้วแต่ก็ยังลงเหลือเสียงของท้องฟ้ายามเย็นอยู่บ้าง
อยู่แบบนี้เขาก็มีความสุขดี เขาคิด
ในระหว่างที่นั่งทบทวนเรื่องของในวันนี้ ก็มีบางอย่างหล่นลงมายังพื้นระเบียงของเขาและแน่นอนมันเป็นอย่างที่เขาคิด มีคนกำลังสูบบุรี่อยู่ข้างบน แบคฮยอนไม่ชอบบุรี่ไม่ชอบกลิ่นของมัน
และในทันทีเขาก็ลุกจากเก้าอี้และยื่นหน้าออกไปนอกระเบียงเพื่อที่จะมองว่าใครเป็นเจ้าของเศษบุรี่ที่หล่นลงมาตรงระเบียงของเขา เขาเห็นแค่มือที่คีบบุรี่เท่านั้น ในตอนนั้นเขาคิดอย่างเดียวว่าต้องไปคุยกับเจ้าของห้องข้างบนนั้นให้รู้เรื่อง ถึงแม้จะสูบแต่ก็ควรเห็นใจคนอื่นบ้าง
แบคฮยอนเดินออกมาจากระเบียงพร้มกับหยิบคีย์การ์ดออกมา เอาล่ะตอนนี้เขารู้สึกไม่พอใจมากๆเพราะชีวิตอันสงบสุขของเขานั้นกำลังถูกทำลายเพราะใครบางคน ประตูห้องปิดลงและเขากำลังเดินขึ้นไปยังห้องข้างบน
ตอนนี้เขาอยู่หน้าห้องและกำลังจะยกมือเคาะประตู แต่ก็ได้ชะงักมือและเก็บไว้ข้างลำตัว
“มาหาใครครับ” ประตูเปิดออกและมีเด็กผู้ชายโผล่หน้าออกมา เขายังอยู่ในชุดนักเรียนที่ดูไม่สุภาพเท่าไหร่นัก และได้กลิ่นบุรี่อ่อนๆจากตัวเขา และป้ายชื่อที่ติดอยู่ตรงอกด้ายซ้ายก็ทำให้แบฮยอนรู้ว่าคนนั้นตรงหน้าชื่อว่า ปาร์ค ชานยอล
“นี่นาย ฉันรู้ว่าเรื่องสูบบุรี่มันห้ามกันไม่ได้ แต่นายช่วยคิดสักนิดจะได้ไหมว่าการที่นายเคาะเศษบุรี่กับระเบียงน่ะ มันทำให้เศษมันหล่นมาที่ระเบียงห้องฉัน” ไม่พูดเปล่าแบคฮยอนยังหยิบกระดาษชิทชูที่ห่อเศษบุรี่ให้คนตรงหน้าเห็น
แน่ล่ะคนแบบเขาน่ะไม่เคยยอมใครที่ไหนหรอกนะ
“ครับ ผมรู้ครับ” คนตรงหน้าตอบ
“รู้แล้วทำไมยังถึงทำล่ะ จริงๆนายน่าจะคิดได้บ้างนะว่าคนอื่นเขาเดือดร้อ-”
“แต่ผมก็เห็นมีแต่พี่นะครับ :) ”
เอาล่ะคนตรงหน้าพูดตัดบทเขาทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบ แบคฮยอนพยายามจะไม่โวยวายเพราะนั่นคือสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด เขาพยายามที่จะคุยด้วยเหตุผล
“ผู้ใหญ่เขายังพูดไม่จบ นายกล้าดียังไงถึงพูดขัดฉัน อ๋อ..จริงๆนายคงจะเป็นเด็กนักเรียนที่วันๆเอาแต่เล่นเกมส์ ใช้ชีวิตแบบเปล่าประโยชน์สินะ เหอะ” เอาเข้าจริงๆเขาก็เริ่มที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
เขาเกลียดการกระทำหลายๆแต่ในบางครั้งเขาก็ไปคนทำมันซะเอง อย่างเช่นตอนนี้ที่เขากำลังโวยวายเด็กคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเขา
“:)” เด็กคนนั้นไม่ได้ตอบเขสแต่กลับยิ้มให้เขาแทน
เขาเริ่มที่จะเกลียดรอยยิ้มของเด็กนี้ซะแล้วสิ
“พูดขอโทษไม่เป็นรึไงฮะ ขอ โทษ ครับ”
ในขณะที่เขาพูดนั้น เขาก็ได้แอบสำรวจของคนตรงหน้า เด็กคนนี้สูงมากๆสูงกว่าเขาอีกคิดแล้วอาจอิจฉาชะมัด หน้าตาก็งั้นๆเขาคิด
“ไม่ครับ” ไม่พูดเปล่าาคนตรงหน้าได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แบคฮยอนมากพอที่จะทำให้แบคฮยอนสะดุ้งและก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว และก็ตามมาด้วยเสียงปิดประตู
โอเค... แบคฮยอนได้รู้อีกอย่างหนึ่งว่าโลกนี้ยังมีคนที่ไร้มารยาทแบบเด็กนี่อยู่
เขารู้สึกโกรธแต่ก็นั่นแหละเขาทำอะไรไม่ได้ในเมื่อพูดไปเด็กคนนั้นก็ไม่ฟังเขา กระดาษทิชชูในมือยับยู่ยี่เพราะเขาบีบมัน เขาหันหลังเดินกลับไปทั้งโมโหทั้งโกรธ
และอีกครั้งที่ประตูห้องของเด็กคนนั้นเปิดอีกครั้ง ปาร์คชานยอลยืนมองคนที่อายุเยอะกว่าด้วยท่าทางสบายๆ เมื่อเห็นว่าคนอายุเยอะกว่าเดินกลับไปเขาก็หันหลังเข้าห้องพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลงอีกครั้ง
ในตอนนั้นถ้าแบคฮยอนหันกลับมาเขาอาจจะรู้ว่าเด็กคนนั้นคือคนที่มาแย่งที่นั่งที่ประจำของเขา